Blog


คิดริเริ่มเก่ง อนาคตไกล

10

Nov 2015

คิดริเริ่มเก่ง อนาคตไกล

ผู้นำที่ขาดความคิดริเริ่ม และไม่เคยสร้างการเปลี่ยนแปลงใหม่ คือ ผู้สร้างความเสี่ยง ?ล้มเหลว? ในการนำคน นำองค์กรสู่อนาคต และพลาดเป้าหมายวิสัยทัศน์ที่วางไว้…? อนาคตเป็นของผู้ที่มีความพร้อมมากกว่าเสมอ ผู้นำที่มี ?ความคิดริเริ่ม? และมีความสามารถในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ย่อมมีโอกาสก้าวไปก่อน ก้าวไปไกล ก้าวไปสู่อนาคต ที่ประสบความสำเร็จได้มากกว่า ตรงข้ามกับผู้นำที่นำแบบไปเรื่อย ๆ พอใจในสิ่งที่เป็นอยู่ รักษาระบบแบบอนุรักษ์นิยม ไม่คิดจะริเริ่มเปลี่ยนแปลงหรือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่ดีกว่าด้วยตนเอง ถ้าไม่มีใครสั่งหรือไม่มีสถานการณ์บีบบังคับ อาจนำได้ในสถานการณ์ปกติ แต่จะไม่ใช่ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ยิ่งใหญ่ และไม่ใช่ผู้นำที่ปรับตัวเข้ากับอนาคตที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ ผู้นำที่นำองค์กรประสบความสำเร็จ มักเป็นพวก ?คิดดี คิดได้ ทำเป็น? คิดริเริ่มสร้างสรรค์ทำสิ่งใหม่ ๆ ได้ด้วยตนเอง แสวงหา แนวทางใหม่ ๆ เพื่อให้ทำงานได้เร็วขึ้น ฉลาดขึ้น มีประสิทธิภาพสูงขึ้น สร้างผลลัพธ์ตามเป้าหมายได้มากขึ้น หรือเรียกว่า?การมีความคิดเชิงนวัตกรรม? การมีความคิดเชิงนวัตกรรม?หมายถึง?การคิดริเริ่มทำสิ่งใหม่ ๆ ที่ดีขึ้นกว่าเดิม และพยายามหาวิธีนำแนวคิดใหม่เหล่านี้ มาทำให้เป็นจริง นำไปสู่การสร้างสิ่งใหม่ การใช้วิธีการใหม่ การประยุกต์ใช้ใหม่ เพื่อให้เกิดประโยชน์ตามวัตถุประสงค์?เช่น ทำให้งานมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงขึ้น สร้างผลลัพธ์ได้มากขึ้น โดยใช้ต้นทุนลดลง ใช้ทรัพยากรลดลง เป็นต้น ไม่เพียงคนที่เป็นผู้นำหรือผู้บริหารองค์กร แต่คนทำงานทุกคนควรฝึกนิสัยคิดริเริ่ม เพื่อให้เราสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มโอกาสการเป็นผู้นำ และโอกาสความสำเร็จได้ คำถามคือ เราจะสามารถพัฒนาความสามารถในการคิดริเริ่มได้อย่างไร? คิดริเริ่มเป็นนิสัย สร้างสิ่งใหม่เป็นธรรมชาติ ในการทำงานเราควรฝึกคิดริเริ่มสิ่งต่าง ๆ...

Read More


ยึดความเที่ยงธรรม..รับประกัน ?ก้าวหน้า?

19

Oct 2015

ยึดความเที่ยงธรรม..รับประกัน ?ก้าวหน้า?

    ถ้าให้เลือกร่วมงานกับคน 2 คน เราจะเลือกทำงานกับใคร? คนแรก หัวหน้างานรับประกันให้ว่า??คน ๆ นี้ พูดคำไหนคำนั้น ….รับปากแล้ว เขาจะต้องทำจนสำเร็จให้ได้? คนที่สอง เพื่อนร่วมงานกล่าวว่า??คน ๆ นี้ ต่อหน้าหัวหน้าทำเป็นขยันขันแข็ง แต่พอลับหลังแอบเอางานส่วนตัวมาทำเป็นประจำ? ? ? ?แน่นอนว่า เราคงเลือกทำงานร่วมกับคนแรก เพราะมั่นใจว่างานจะเสร็จ และเราย่อมชอบคนที่ปฏิบัติอย่าง ?ตรงไปตรงมา? มากกว่าร่วมงานกับคนที่ไม่น่าไว้วางใจ ต่อหน้าอย่างหนึ่ง ลับหลังอีกอย่างหนึ่ง ? ? ? คนที่มีเล่ห์เหลี่ยมอาจทำสิ่งที่สร้างความพึงพอใจให้ตนเอง…ซึ่งมีคนเดียว แต่คนที่ตรงไปตรงมา ย่อมสร้างความพึงพอใจให้ทุกคนที่ปฏิสัมพันธ์ด้วย… ซึ่งอาจมีจำนวนตั้งแต่ 1 คน จนนับไม่ถ้วน ? ? ? คนที่มี ?ความเที่ยงธรรม? ย่อมฉายแววแห่งความเป็น ?คนดี? และเปิดโอกาสแห่งความก้าวหน้า สู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ได้ในอนาคต ? ? ?ความเที่ยงธรรม คืออะไร? ? ? ?คำว่า?ความเที่ยงธรรม?มาจากภาษาอังกฤษว่า?integrity?ซึ่งในความเป็นจริงยังไม่มีคำแปลภาษาไทยที่ครอบคลุมนิยามศัพท์อย่างครบถ้วน โดยคำว่า?integrity?มีรากศัพท์มาจากภาษาลาตินว่า?integer?หมายถึง?wholeness?หรือ?ความครบถ้วน สมบูรณ์ บริบูรณ์ ความเป็นจำนวนเต็ม? ? ? ?คนที่มี integrity...

Read More


ไหวพริบ ดีกว่า ทรานสคริปต์

19

Oct 2015

ไหวพริบ ดีกว่า ทรานสคริปต์

  ? ?ทรานส์คริปต์บอกว่า คุณเรียนอะไรมาบ้าง ผลการเรียนเป็นอย่างไร แต่ไม่ได้บอกว่า ?คุณทำงานได้หรือไม่?? ? ? ? ? ?ในหน่วยงานต่าง ๆ ย่อมต้องการคนทำงานที่ทำงานได้จริง ช่วยขับเคลื่อนภารกิจขององค์กรได้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ การพิจารณารับสมัคร โดยดูจากใบรับรองผลการศึกษา หรือใบทรานส์คริปต์ (transcript) และการสอบข้อเขียน รวมทั้งสอบสัมภาษณ์อาจไม่ได้ช่วยสร้างความมั่นใจให้องค์กรว่า เมื่อรับคน ๆ นี้เข้าไป จะทำงานได้จริงหรือไม่ จะเข้ากับผู้ร่วมงานได้หรือไม่ จะเป็นตัวส่งเสริมหรือตัวถ่วงความก้าวหน้าขององค์กรกันแน่!!! ? ? ? ? ?ปัจจุบัน จึงมีองค์กรชั้นแนวหน้าหลายแห่ง เริ่มที่จะไม่พิจารณาผลการเรียนในการจ้างงาน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ กูเกิล ใครที่ต้องการสมัครทำงานกับกูเกิล ไม่ต้องส่ง transcript และคะแนนทดสอบ (test score) ในสมัยเรียนไปให้ เพราะเขามองว่า ไม่มีประโยชน์ในการพิจารณาจ้างงาน เรียกได้ว่า ดูไปก็เท่านั้น..ไม่มีประโยชน์ ? ? ? ? ?ลาซโล บอค (Laszlo Bock) รองประธานอาวุโสฝ่ายทรัพยากรบุคคลของกูเกิล เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า สภาพแวดล้อมในสถานศึกษานั้นต่างกับโลกการทำงานจริง ปัญหาในโลกจริงส่วนใหญ่ไม่มีคำตอบที่ชัดเจน และทักษะที่จำเป็นในการทำงานที่กูเกิล จะแตกต่างจากตอนเรียนอย่างสิ้นเชิง เมื่อเข้ามาทำงานสัก 2-3 ปี...

Read More


คบเพื่อน ?อีโก้สูง? แบบเป็นสุข

19

Oct 2015

คบเพื่อน ?อีโก้สูง? แบบเป็นสุข

? ? ??เตือนไม่เคยฟังเลย ความหวังดีของเราสูญเปล่าจริง ๆ?? ? ??เบื่อจริง ๆ ไม่อยากร่วมงานกับนายคนนี้เลย คุยโต โอ้อวดตลอด?? ? ??ดึงดันจะเอาความคิดตัวเองอยู่นั่นแหละ ขอเปลี่ยนทีมได้ไหม??? ? ? ? ? ?ในการทำงาน เราอาจเลือกงานได้ แต่ไม่อาจเลือกเพื่อนร่วมงานได้ ดังนั้น จึงมีโอกาสร่วมงานกับเพื่อนที่ไม่ถูกใจ แบบในลักษณะข้างต้นที่ทำให้เรารำคาญ หมั่นไส้ เบื่อหน่าย หงุดหงิด เครียด และทำให้ไม่สามารถขับเคลื่อนงานได้อย่างราบรื่น หากเราต้องปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานที่มี ?อีโก้สูง? เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ไม่ฟังคำแนะนำตักเตือน ชอบคุยโม้โอ้อวด เราควรทำอย่างไร? ? ? ?ผมเชื่อว่า หลายคนคงไม่ค่อยอยากพูดคุยด้วย ไม่ค่อยอยากจะร่วมงานเป็นทีมเดียวกัน บางคนบอกว่า พยายามหาทางทำให้เพื่อนรู้ตัวและคิดได้ว่า พฤติกรรมโอ้อวด หรือดื้อดึงไม่ฟังใครนั้น สร้างความเสียหายต่อตัวเขาอย่างไร นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายคนที่อยากจะขอย้ายไปทำงานแผนกอื่น จะได้เลิกคบพวกอีโก้สูงไปโดยปริยาย…? ? ? โดยธรรมชาติแล้ว ไม่มีใครชอบคนที่มีอีโก้สูง ?- หมั่นไส้คนชอบโอ้อวด ไม่อยากคบคนเย่อหยิ่ง ไม่ชอบถูกดูถูกดูแคลน ไม่อยากทำงานกับคนยึดความคิดตัวเองเป็นใหญ่ ฯลฯ แต่เมื่อเราต้องทำงานกับเพื่อนร่วมงานอีโก้สูง เราควรเปลี่ยนความ ?ไม่ชอบ? เป็น ?ช่วยเหลือ? เพื่อให้สามารถร่วมงานได้อย่างเป็นสุขและมีเอกภาพ ?...

Read More


ทำงานเก่ง เด่นกว่าเรียนดี

27

Jul 2015

ทำงานเก่ง เด่นกว่าเรียนดี

พนักงานคนนี้ จบระดับปริญญาโท แต่ทำงานไม่เป็นเลย แถมยังหยิ่ง ใครสอนอะไรไม่เคยฟัง… หัวหน้าคนนี้ เรียนสูง จบสถาบันมีชื่อเสียง เข้าคอร์สอบรมต่าง ๆ มากมาย แต่ไม่มีศิลปะในการบริหารคน ลูกน้องลาออกกันเป็นว่าเล่น… เรียนก็เก่งนะ แต่ไม่ค่อยมีไหวพริบ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไม่ได้ ไม่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ แบบนี้แทนที่จะช่วยแบ่งเบาภาระ กลับกลายเป็นเพิ่มภาระให้องค์กรอีก… เสียงบ่นข้างต้นนี้ เกิดขึ้นในหลาย ๆ องค์กรที่รับพนักงานเข้ามา โดยคิดว่ามีวุฒิการศึกษาที่เหมาะสมกับลักษณะของงาน น่าจะสามารถทำงานตามบทบาทหน้าที่ที่รับผิดชอบได้ แต่แล้วก็ต้องผิดหวัง เพราะเกิดปัญหา ทำงานไม่ได้ ทำงานไม่เป็น ทำงานไม่ดี เนื่องจากการอยู่ร่วมกันในสังคมขนาดใหญ่ เราไม่สามารถรู้จักแต่ละคนเป็นส่วนตัวได้ จึงจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่ช่วยบ่งชี้ว่า คน ๆ นี้เป็นใคร จบการศึกษาจากที่ใด ในระดับใด มีความรู้ความชำนาญเรื่องใด โดยดูจาก ?การศึกษา? ของบุคคลนั้น ?ผู้ที่ผ่านการศึกษาและได้ใบรับรองจากสถาบันการศึกษา ย่อมเหมือนมี ?ใบผ่านทาง? ในการยอมรับของสังคม และได้รับ ?โอกาส? ต่าง ๆ ที่มากกว่าคนที่ไม่มีการศึกษา ..แต่ในความเป็นจริงไม่ได้หมายความว่า จะสามารถทำงานตามบทบาทหน้าที่ได้อย่างที่ควรจะเป็น ดังนั้น เราจึงไม่ควรภูมิใจในการเป็นคนมีการศึกษา แต่เราควรภูมิใจเมื่อสามารถนำความรู้และประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ได้รับจากสถาบันการศึกษา มาประยุกต์ใช้ในการทำงานได้จริง ทำให้เราเป็นคนที่ ทำงานได้ ทำงานเป็น ทำงานดี ซึ่งย่อมมีโอกาสก้าวหน้ามากกว่า จากการที่ได้เคยร่วมงานกับทั้งคนไทย...

Read More


อายุวุฒิภาวะต้องสูงตามอายุงาน

27

Jul 2015

อายุวุฒิภาวะต้องสูงตามอายุงาน

จากการเฝ้าสังเกตคนจำนวนนับหมื่น ๆ คนที่ผมได้มีโอกาสปฏิสัมพันธ์ด้วยในวาระต่าง ๆ ทำให้ผมพบว่า คนเรามีอายุ 3 อายุ หนึ่ง อายุเวลา?หรือ อายุจริงตามเวลาเกิด และอาจรวมไปถึงอายุงาน?ซึ่งเป็นการสะสมประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญชำนาญที่เพิ่มขึ้นตามระยะเวลาในการทำงาน สอง อายุหน้า?คนส่วนใหญ่ชอบให้อายุเวลาไปก่อนอายุหน้า หรือชอบ ?หน้าอ่อน? มากกว่า ?หน้าแก่? และสาม อายุวุฒิภาวะ?หรือการพัฒนาทั้งด้านสติปัญญา อารมณ์ สังคม ที่เหมาะสมกับวัย ไปสู่ความสมบูรณ์หรือความเป็นผู้ใหญ่ เช่น มีเหตุมีผล ควบคุมอารมณ์และความต้องการของตนเองได้ มีบุคลิกภาพและพฤติกรรมที่เหมาะสม ฯลฯ ถ้าอายุหน้าอ่อนกว่าอายุจริง ย่อมเป็นเรื่องที่ ?น่าปลื้มใจ? แต่ถ้าอายุวุฒิภาวะอ่อนกว่าอายุจริง จะเป็นเรื่องที่ ?น่าสลดใจ? ในวัยทำงาน มักเริ่มต้นที่ช่วงอายุ 20 กว่า ๆ และจะอยู่ในชีวิตการทำงานจนถึงวัยเกษียณ 60 ปี หรือบางคนอาจจะมากกว่านั้น ระยะเวลาที่อยู่ในวัยทำงานอาจร่วม 30 ปี ซึ่งวุฒิภาวะควรจะเพิ่มขึ้นตามอายุจริง มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เมื่อเราผ่านประสบการณ์ต่าง ๆ ของชีวิต มีความรับผิดชอบ อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ รู้จักใช้เหตุผล ควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ สุขุมรอบคอบ วางตัวได้อย่างเหมาะสม ในความเป็นจริง คนบางคนอายุเวลาไปไกลแล้ว อายุหน้าไปหมดแล้ว แต่อายุวุฒิภาวะตามไม่ทัน ยังเป็นเด็กอยู่ ทำตัวไม่สมวัย...

Read More


สำนึกดี อนาคตดี

27

Jul 2015

สำนึกดี อนาคตดี

?ข้อความเพียงไม่กี่ประโยค ที่เขียนไปตามอารมณ์ความรู้สึกขณะนั้น …อาจดับอนาคตเราได้!! ภาพเซลฟี เพียงภาพเดียว ที่ถ่ายสนุก ๆ …อาจเป็นภาพ ?สิ้นคิด? ที่ทำให้ตกงานได้อย่างไม่คาดคิด!! ในโลกปัจจุบันที่ถูกเรียกว่าเป็น ?สังคมก้มหน้า? การสื่อสารตัวตน ? ฉันทำอะไร คิดอะไร อยู่ที่ไหน เป็นอย่างไร ฯลฯ มักจะถูกส่งผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อให้รับรู้แลกเปลี่ยนกัน จนสิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนส่วนใหญ่ในสังคม ซึ่งรวมถึงคนวัยทำงานด้วย สิ่งที่เผยแพร่ออกไปแล้ว จะกลายเป็น ?หลักฐาน? มัดตัวเรา และสามารถนำมาใช้ในการประเมินตัดสินว่า ข้อความ รูปภาพ ที่เราสื่อออกไปนั้น – ถูก ผิด ดี เลว อย่างไร? ในช่วงที่ผ่านมา มีคนทำงานจำนวนไม่น้อยที่ติดกับดักอารมณ์ของตนเอง ก่อนโพสต์ไม่ได้คิดถึงผลกระทบอย่างรอบคอบ อาจไม่คิดหรือคิดไม่ถึง เมื่อสิ่งที่ทำถูกเผยแพร่ไป กลายเป็นสร้างกระแสต่อต้าน ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ..เมื่อคิดได้ก็สายเกินไป หลายคนต้องหมดอนาคต..ถูกไล่ออกจากงานมาแล้ว ? ? ? ? ?การโพสต์ข้อความหรือรูปภาพแบบไหนที่สามารถ ?ดับอนาคต? การทำงานของเราได้? ??ส่งผล ?ทำลาย? เกียรติศักดิ์ศรีผู้อื่น?ด้วยการใช้คำพูดดูถูก ดูหมิ่นเหยียดหยาม หรือล้อเลียนผู้อื่นอย่างไม่เหมาะสม ยกตัวอย่างเช่น เมื่อไม่นานมานี้ มีชายไทยคนหนึ่งที่ทำงานในฟิลิปปินส์ ได้ถูกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (Bureau of Immigration)...

Read More


อย่าเดิมพันอนาคตด้วยการโกหก

27

Jul 2015

อย่าเดิมพันอนาคตด้วยการโกหก

???คำโกหกเพียงครั้งเดียว ทำให้ความจริงนับพันมัวหมองไป?? อัล เดวิด (Al David) อดีตโค้ชและผู้บริหารทีมอเมริกันฟุตบอลที่มีชื่อเสียง ได้กล่าวความจริงข้างต้นไว้ ในอาชีพการทำงาน การโกหก…และ ?ถูกจับได้? เพียงครั้งเดียว อาจทำให้อนาคตการทำงาน ชื่อเสียงที่อุตสาห์สะสมไว้ด้วยความเพียรพยายาม ?ล่มสลาย? ลง และไม่มีวันรื้อฟื้นกลับมาได้อีกเลย ประตูอนาคตของคนที่มีชื่อเสียงจำนวนไม่น้อย ต้องถูกปิดลงตลอดกาล….เมื่อถูก ?เปิดโปง? อาทิ ?..เจเนต คุก (Janet Cooke)?นักเขียนคนหนึ่งของสำนักข่าววอชิงตัน โพสต์ เธอได้เขียนบทความเรื่อง ?โลกของจิมมี่? (Jimmy?s World) ?ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 28 กันยายน ค.ศ. 1980 เล่าเรื่องราวของจิมมี่ เด็กชายวัย 8 ขวบ ซึ่งเป็นรุ่นที่สามของครอบครัวที่ติดเฮโรอีน ในบทความเธอได้นำเสนออย่างละเอียด ทั้งการสัมภาษณ์ การเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างน่าสนใจ จนได้รับรางวัลพูลิซเซอร์ (Pulitzer) เมื่อปี ค.ศ. 1981 แต่หลังจากนั้น ได้มีการค้นหาเด็กชายจิมมี่ ตามที่เธอกล่าวอ้าง กลับพบว่า ไม่มีตัวตนจริง เป็นเรื่องที่เธอกุขึ้น และเมื่อถูกจับได้ เธอจึงจำใจออกมายอมรับว่า ?โกหก? เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น จากคำบอกเล่าที่มีความจริงเพียงเล็กน้อย เมื่อถูกจับได้ …เท่ากับอนาคตในอาชีพย่อมสิ้นสุดลง เธอถูกให้ออกจากงาน และต้องคืนรางวัลพูลิซเซอร์อันทรงเกียรติที่ได้มา...

Read More


ทำไป…พักไป อย่างไรได้งานเพิ่ม?

29

Jun 2015

ทำไป…พักไป อย่างไรได้งานเพิ่ม?

ทำงาน 52 นาที พัก 17 นาที เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน….   เมื่อเดือนกรกฎาคม 2557 จูเลีย กิลฟอร์ด (Julia Gifford) ได้นำเสนอบทความชื่อ The Rule of 52 and 17: It’s Random, But it Ups Your Productivity ?หรือ กฎทำงาน 52 นาที พัก 17 นาที เพิ่มผลิตภาพ ซึ่งเป็นบทสรุปจากการติดตามและสำรวจผู้ใช้แอพพลิเคชั่น DeskTime ซึ่งเป็นโปรแกรมในการช่วยติดตามการทำงานของผู้เข้ารับวิจัย เพื่อศึกษานิสัยของคนที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด   การสำรวจพบว่า ร้อยละ 10 ของผู้ที่สามารถสร้างผลิตภาพได้สูงสุด จะใช้เวลาพักได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยพวกเขาจะใช้เวลาเฉลี่ยในการทำงานอย่างจริงจังต่อเนื่องเป็นเวลา 52 นาที และจากนั้นจะพักประมาณ 17 นาที ก่อนที่จะกลับมาทำงานอย่างตั้งอกตั้งใจต่อไป ซึ่งสามารถทำงานได้อย่างประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ   การค้นพบครั้งนี้ หากไม่พิจารณาให้ละเอียด อาจทำให้สรุปอย่างง่าย ๆ โดยคิดว่า เมื่อทำงานไปเรื่อย ๆ จนครบ 52 นาที...

Read More


รู้ทันพวก ?หลงตัวเอง เก่งสร้างภาพ?

29

Jun 2015

รู้ทันพวก ?หลงตัวเอง เก่งสร้างภาพ?

?คนทำงานเก่ง แต่นำเสนอไม่เก่ง = ไม่เก่ง คนทำงานไม่เก่ง แต่นำเสนอเก่ง = เก่ง?   คำกล่าวเหน็บแนมที่หลายคนคงยอมรับว่า เป็นความจริง?ในแวดวงการทำงาน คนส่วนใหญ่มักจะตัดสินคนจากภายนอก ?ถ้าพูดเก่ง นำเสนอตนเอง นำเสนองานเก่ง ก็มักจะได้รับการประเมินว่า เก่ง ทั้ง ๆ ที่อาจจะทำงานไม่เก่ง ทำงานไม่เป็น ขาดความรับผิดชอบ ขณะที่คนทำงานได้ดีกว่า มีความรับผิดชอบมากกว่า แต่กลับพูดไม่เป็น นำเสนอไม่เก่ง มักจะถูกประเมินว่า ไม่เก่ง ?   เป็นความจริงที่ว่า เรามีโอกาสถูกหลอกด้วยคนที่ ?ดูดี? แต่ ?ทำไม่ได้จริง?   บาร์โบรา เนวิคกา (Barbora Nevicka) นักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยอัมสเตอร์ดัม ได้ทำการทดลองพบว่า พนักงานจะให้คะแนนผู้นำที่ดูน่าเลื่อมใส (charismatic leaders) แม้ว่าผู้นำคนนั้น จะไม่สามารถทำงานได้ดีก็ตาม ซึ่งเป็นการประเมินค่าความสามารถของผู้นำที่เชื่อมั่นในตัวเองสูงเกินจริง   นักวิจัยได้นำคน 150 คนเข้าร่วมการทดลอง โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม โดยคนหนึ่งในแต่ละกลุ่ม จะถูกสุ่มเลือกให้เป็นผู้นำกลุ่ม และทั้งสามคนจะต้องคัดเลือกผู้สมัครชิงตำแหน่งงาน ข่าวสารเกี่ยวกับผู้สมัครชิงตำแหน่งจะถูกแจกจ่าย ส่วนหนึ่งให้สมาชิกบางคน ส่วนหนึ่งให้ทั้งกลุ่ม ซึ่งสมาชิกของแต่ละกลุ่มสามารถแสดงความคิดเห็น ให้คำแนะนำต่าง ๆ กับผู้นำของตนได้...

Read More



Page 2 of 612345...Last »